Facebook ซุ่มควง Ray-Ban สร้างแว่นตาอัจฉริยะ “Orion”

ล่าสุดแหล่งข่าววงในระบุเฟซบุ๊ก (Facebook) ร่วมมือกับลูซอตติกา (Luxottica) บริษัทแม่แว่นเรย์-แบน (Ray-Ban) เพื่อพัฒนาแว่นตา AR เทคโนโลยีเสมือนจริง คาดสามารถวางตลาดภายในปี 2023-2025

รายงานจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ไม่กำหนดกรอบเวลาแน่นอนที่ Facebook และพันธมิตรอย่าง Luxottica จะสามารถส่งแว่นตาอัจฉริยะสู่ตลาด โดยชี้ว่าผู้บริโภคอาจได้สัมผัสภายในปี 2023, 2024 หรืออาจล่าช้าถึง 2025 รายงานย้ำแว่นตาดังกล่าวมีชื่อรหัสที่เรียกกันภายในว่าโอรีออน (Orion) เป้าหมายสำคัญคือการออกแบบมาเพื่อใช้ทดแทนสมาร์ทโฟน

ต่อยอดแว่น AR

เป็นที่รู้กันว่า Facebook ส่งสัญญาณต่อเนื่องว่าตัวเองกำลังพัฒนาแว่นตาเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ augmented-reality อย่างจริงจัง ทำให้ Facebook กลายเป็นจุดเด่นในวงการ AR มากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแม้จะถูกมองว่าต้องดิ้นรนเพื่อสร้างอิมแพคให้ตลาดตื่นตัวมากกว่านี้ให้ได้ มุมมองนี้ทำให้สื่อไม่แปลกใจที่ Facebook ต้องหาพันธมิตรเพื่อต่อยอดการพัฒนาแว่น AR แต่เมื่อข้อมูลชี้ว่าพันธมิตรรายนั้นคือ Luxottica สาวก Ray-Ban ทั่วโลกก็ตื่นเต้นไม่น่อยกับข่าวนี้

Luxottica เป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ดังอย่าง Ray-Ban, Oakley และแบรนด์แว่นตากันแดดชื่อดังอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ Luxottica เคยทดลองนำเทคโนโลยี AR ไปติดตั้งในแว่นของบริษัทแล้วโดยร่วมมือกับกูเกิล (Google) ในการออกแบบพัฒนาและจำหน่ายอุปกรณ์กูเกิลกลาส (Google Glass) แต่ทุกอย่างก็ล้มและ Google Glass วันนี้ถูกเก็บไว้ทำตลาดเฉพาะลูกค้าองค์กรเท่านั้น

สำหรับความร่วมมือกับ Facebook รายงานระบุว่าแว่นจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมสำหรับผู้บริโภคช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ขณะนี้ตัวแว่น AR มีชื่อรหัสว่า Orion ซึ่งเน้นออกแบบมาเพื่อใช้แทนสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้สวมสามารถรับสายโทรเข้าด้วยแว่น รวมถึงแสดงข้อมูลแก่ผู้ใช้ผ่านจอแสดงผลขนาดเล็ก และสามารถถ่ายทอดสดหรือสตรีมบรรยากาศรอบตัวให้เพื่อนและโซเชียลมีเดียได้แบบไม่ต้องพึ่งพาโทรศัพท์

AI ต้องมา

ข้อมูลวงในย้ำว่า Facebook จะพัฒนาผู้ช่วยเสียงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวป้อนข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อแสดงผลบนแว่นตา เบื้องต้นบริษัทได้ทดลองติดตั้งอุปกรณ์รับคำสั่งเสียงที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลด้วยคำพูด รวมถึงการโบกมือเพื่อควบคุมระบบผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว

ปัจจุบัน Facebook มีทีมงานหลายร้อยคนที่สำนักงานใหญ่ซึ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับแว่นตา AR แนวทางพัฒนาที่ชัดเจนในขณะนี้คือการพยายามลดขนาดของอุปกรณ์ลงเพื่อให้ผู้บริโภคมองว่าน่าดึงดูดเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม โฆษก Facebook และ Luxottica ไม่ยืนยันว่าได้ร่วมมือกันจริงตามที่สื่อรายงานหรือไม่ ทำให้ไม่มีความแน่ชัดว่าตัวแว่นจะพร้อมเปิตลาดได้เมื่อไร

วันนี้ Facebook ไม่ใช่รายเดียวที่พัฒนาแว่นตา AR ซึ่งสามารถซ้อนภาพดิจิทัลที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์บนภาพวิวจริง ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ก็ย้ำจุดยืนพัฒนาชุดหูฟังต่อเนื่องด้วยการคลอดโฮโลเลนส์รุ่นใหม่ HoloLens 2 พร้อมกับที่สแนปแชต (Snapchat) ก็เดินหน้าขายแว่นตาดิจิทัลที่ฝังกล้องถ่ายรูปเพื่อการอัปโหลดโซเชียลแบบทันใจ รวมถึงเมจิกลีพ (Magic Leap) ที่ล่าสุดแจ้งเกิดรุ่นใหม่ Magic Leap One AR

ในขณะที่ยังไม่มีอุปกรณ์ใดเป็นที่นิยมจริงจัง มีรายงานว่าแอปเปิล (Apple) ก็กำลังทำงานกับแว่นตาดิจิทัลเพื่อเข้าสู่ตลาดในต้นปีหน้า หากข่าวลือเป็นจริง โลกจะได้สัมผัสกับแว่น AR มากขึ้นแน่นอน

แว่นตาสุดไฮเทค เชื่อมต่อการควบคุมซอฟต์แวร์

ผู้ป่วยเป็นโรคอะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเกลอโรซิส (Amyotrophic Lateral Sclerosis-ALS) หรือโรคลูเกห์ริก (Lou Gehrig’s disease) เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งพวกเขามีความหวังขึ้นแล้วเมื่อมีการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อมาช่วยเหลือ เช่นกรณีของนายมาซาทาเนะ มูโต วัย 32 ปี ชาวญี่ปุ่นที่ต้องนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อนเนื่องจากเป็นโรคดังกล่าว

มาซาทาเนะ มูโต เป็นนักจัดรายการวิทยุเปิดแผ่นและวิดีโอ มีฉายาในวงการว่า “อาย วีดีเจ” (EYE VDJ) เขาสูญเสียการใช้มือจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่ระบบประสาทค่อยๆ สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ แต่เขาเอาชนะโรคนี้ได้ด้วยการสวมแว่นตาไฮเทคคู่หนึ่งที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่ควบคุมซอฟต์แวร์ในการผสมเสียงหรือปรับแต่งเสียงเพลง ซึ่งเขาได้แสดงในเทศกาลดนตรีที่กรุงโตเกียวแห่งญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้จะมีตัวเซ็นเซอร์ 3 จุดบนแผ่นรองจมูกของแว่นตา ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางอิเล็กทรอนิกส์ตรงผิวหนังโดยรอบที่เกิดจากการกะพริบหรือการเคลื่อนไหวของดวงตา ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ช่วยต่อเติมความฝันของมูโตในการทำกิจกรรมอื่นๆ โดยเขามีเป้าหมายที่จะได้แสดงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียวและพาราลิมปิกในปี พ.ศ.2563.

RAY-BAN Store

RAY-BAN Store ศูนย์รวมคนรักแว่น ถือว่าได้เป็นแห่งแรกของไทยเราที่เปิดตัวกันเป็นเรียบร้อยแล้ว ณ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์สำหรับแบรนด์แว่นตาชั้นนำระดับโลก ที่ครองใจคนทั่วโลกและครองใจคนไทยได้มากที่สุด

ในฐานะแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ Ray-Ban จึงเป็นตำนานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ Ray-Ban เป็นหนึ่งในแบรนด์แว่นตาชั้นนำระดับโลก และหลังจากที่ Ray-Ban ได้เปิดตัวร้าน Flagship ร้านแรกที่มหานครนิวยอร์กเมื่อปี 2015 ตามมาด้วยการเปิดตัวร้านที่ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ และมิลาน ทาง Luxottica จึงได้มองเห็นโอกาสในการเฉลิมฉลองเรื่องราวที่เป็นตำนานของ Ray-Ban ผ่าน Ray-Ban Store อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย

Ray-Ban Store แห่งแรกของประเทศไทยแห่งนี้อยู่ที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่มากถึง 100 ตร.ม. ภายในร้าน Ray-Ban Store แห่งนี้มีแว่นตามากกว่า 500 ชิ้น ที่มีความหลากหลายมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีทั้งแว่นกันแดด แว่นสายตา และแว่นสำหรับเด็ก ทั้งหมดออกแบบมาให้เหมาะสำหรับชาวเอเชียโดยเฉพาะ รวมถึงเลนส์สายตาที่เป็นลิขสิทธิ์แท้ของ Ray-Ban พร้อมตราประทับโลโก้ Ray-Ban ที่เป็นเอกลักษณ์

ภายในร้าน Ray-Ban Store จะสามารถพบกับแว่นตาที่เป็นตำนานทั้งสี่รุ่นของ Ray-Ban ได้แก่ รุ่น Aviator, Wayfarer, Round และ Clubmaster ที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น พร้อมแสดงภาพถ่ายที่สื่อถึงประวัติความเป็นมาและเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาของแว่นตาแต่ละรุ่นเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ ผู้ที่หลงรัก Ray-Ban จะสามารถผสมผสานสไตล์ที่ชื่นชอบเข้ากับแว่นสายตาที่พวกเขาต้องการได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย แว่นตาแต่ละชิ้นจะผลิตขึ้นด้วยชิ้นส่วนลิขสิทธิ์แท้จาก Ray-Ban ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วยกรอบแว่น เลนส์ และค่าสายตาที่มีลักษณะเฉพาะบุคคล ทำให้แว่นตาแต่ละชิ้นมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครเหมือนกับผู้สวมใส่ นอกเหนือจากแว่นตาที่มีครบทุกรุ่นของ Ray-Ban แล้วภายในร้านยังนำเสนอกรอบและแว่นกันแดดสุดพิเศษสำหรับคนไทย ด้วยนวัตกรรมและเทรนด์ใหม่ล่าสุด

วิธีดูแลและทำความสะอาดแว่นกันแดด

เพราะสายตาของเราเป็นสิ่งมีค่าและสำคัญ ดังนั้นแว่นคู่ใจก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ วันนี้แอดเลยอยากมาแนะนำวิธีการดูแลและทำความสะอาดแว่นกันแดด ตัวโปรดของทุกคนกัน เพราะแว่นแต่ละอันราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ หากอยากให้อยู่กันเรานานๆ ก็ต้องมีวิธีดูแลที่ถูกต้องหน่อยใช่ไหมค่ะ วิธีดูแลก็มีดังนี้ค่ะ

1. ควรดูแลทำความสะอาดแว่นกันแดดด้วยผ้าเช็ด แว่น หรือน้ำสะอาดทำความสะอาดแว่นกันแดด อย่างน้อยที่สุดควรทำความสะอาดแว่นกันแดดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะจากกรอบแว่นกันแดดและเลนส์ของแว่นกันแดดอาจมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกหรือครีมบำรุงผิวที่เราทาไว้หรือเส้นผมของผู้สวมใส่แว่นกันแดดนั้น
การนำผ้าที่มาใช้เช็ดเลนส์แว่นกันแดด แนะนำให้ใช้ผ้าที่อ่อนนุ่ม หรือ ผ้าสำหรับเช็ดแว่นโดยเฉพาะ ที่เมื่อเราซื้อแว่นจะมีการแถมมาให้ เช็ดเท่านั้น ไม่ควรใช้ผ้าที่มีความแข็ง หนาๆ ผ้าที่ผลิตจากขนสัตว์ เช็ดทำความสะอาดเลนส์แว่นกันแดด เพราะอาจทำให้เป็นลอย

2. ควรเก็บแว่นกันแดดในกล่องเก็บแว่นกันแดดที่ทางร้านจะแถมเมื่อเราซื้อแว่นกันแดดมาเพราะหากเก็บไว้ในกระเป๋าหรือที่อื่นจะทำให้แว่นกันแดด เป็นรอยและมีโอกาสเลนส์แตกได้ และอาจทำให้ตัวแว่นมีการเสียทรงรูปภาพ

3. การใส่หรือถอดแว่นกันแดดทุกครั้งแนะนำให้ใช้มือทั้งสองข้างของคุณจับที่ขาแว่นซ้ายและขวาในลักษณะพร้อมกันขณะที่สวมหรือถอดเราขอแนะนำให้ถอดออกแนวตรงเพื่อรักษาสมดุลของแว่นไม่ให้ตัวแว่นเสียรูปทรงหรือบิดงอ

4.ในกรณีที่แว่นกันแดดทำจากวัสดุพลาสติก ไม่ควรถอดวางบริเวณที่มีอากาศร้อนมากๆเพราะ อาจทำให้ตัวแว่นเสียรูปทรงได้นั่นเอง

หากท่านปฏิบัติตามขั้นตอนเช่นนี้แว่นกันแดดของท่านก็จะสามารถใช้งานได้ระยะเวลานานขึ้น และสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลานั้นเองจ้า

คุณสมบัตของเลนส์ชนิดต่างๆของแว่น RayBan

ชนิดเลนส์ของแว่น RayBan

1. CLASSIC LENSES 

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ G-15 , B-15

  • G-15 : ตัวเลนส์เป็นสีดำออกไปทางเขียวแก่ สามารถดูดซับแสงที่มองเห็นได้ถึง 85 % นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันแสงที่ฟ้าที่จะเข้ามากระทบดวงตาของเราได้เกือบจะ 100% อีกด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าแสงสีฟ้าคืออะไร แสงสีฟ้าก็คือแสงที่ออกมาจากหน้าจออิเล็กทรอนิคไม่ว่าจะเป็นทรศัพย์มือถือ แท๊บเล็ต หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ด้วยคุณลักษณะของเลนส์ G-15 ที่มีสีออกไปโทนเขียว ทำให้ผู้ใส่มีวิสัยทัศในการมองเห็นที่ดีขึ้น ให้สีที่มีความคมชัดเป็นธรรมชาติไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม เลนส์ G-15 เหมาะสำหรับใส่เวลากลางวัน ใส่ขับรถ ใส่กลางแจ้ง ใส่ในที่ที่แดดจัด 
  • B-15 : ตัวเลนส์เป็นสีน้ำตาลมีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับเลนส์ G-15 แต่จะไม่มืดเท่า การมองเห็นจะชัดเจนกว่าตัวเลนส์ G-15 ในที่แสงน้อย  เลนส์ B-15  เหมาะกับการสวมใส่ในที่ที่มีแสงไม่จ้ามาก ในร่ม หรือขับรถในเวลากลางวัน

2. GRADIENT LENSES หรือ เลนส์ใส่สี

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ CRYSTAL กับ PLASTIC 

  • CRYSTAL – การไล่สีของคริสตัลเลนส์ชนิดนี้ถูกทำขึ้นที่ด้านหลังของตัวเลนส์โดยกระบวนการสูญญากาศ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ Oxide บางๆสามารถเกาะตัวเลนส์ได้อย่างหนาแน่น ผลลัพธุ์ที่ได้จะทำให้เลนส์เกิดการไล่เฉดสีอย่างแม่นยำ นุ่มนวล และสวยงาม
  • PLASTIC –  การไล่สีของเลนส์พลาสติจะไล่จากส่วนที่ทืบด้านบนสุดไปส่วนสว่างล่างสุดโดยขั้นตอนการแช่สารเคมีที่แม่นยำ 

เลนส์ชนิด GRADIENT นี้ให้ความสวยงามและโดดเด่นแก่ผู้สวมใส่ แต่ความทืบของสีเลนส์จะสู้พวกเลนส์ classic ไม่ได้แต่สามารถกรองรังสี UV ได้ 100% เหมือนกัน

3. SPECIAL LENSES เลนส์ชนิดพิเศษต่างๆ

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ MIRROR กับ LEGENDS 

MIRROR หรือ เลนส์ปรอท  เลนส์ชนิดนี้จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการ coating โดยวิธีการจะนำสารออกไซด์ชนิดปรอทที่ระดับความร้อนสูงมาหลอมรวมกับตัวเลนส์ในระดับโมเลกุล ทำให้สารประกอบดังกล่าวติดแน่นกับเนื้อเลนส์ไม่มีลอกหลุด

เลนส์ปรอทจะช่วยลดแสงจ้าได้อย่างดี เหมาะสำหรับใส่กลางแจ้ง ใส่แฟชั่น อีกทั้งยังทำให้คุณมีลูกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังปกปิดสายตาของคุณได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

LEGENDS – เลนส์ชนิดนี้เป็นเลนส์ limited edition รุ่นใหม่ของ RayBan ทำจากผลึกแก้วคุณภาพสูง ทำให้สามารถปกป้องผู้ใส่จากรังสี UV ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังทำเพิ่มให้วิสัยทัศในการมองให้กับผู้ใส่และได้รับสีที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีผิดเพี้ยน เลนส์ชนิดนี้ยังมีให้เลือกหลายสีหลายไสต์ โดยจะออกแนว vintage แต่ไม่ให้ความรู้สึกโบราณแต่อย่างใด

4. POLARIZED LENSES(โพราไรซ์เลนส์) คือเลนส์ชนิดต่างๆที่ได้กล่าวไปไม่ว่าจะเป็น G-15 Morror Gradient เป็นต้น โดยจะนำเลนส์พวกนี้มาเคลือบด้วยโพลาไลซ์ อีกชั้นนึง โดยจะสังเกตุได้จากตัวอักษร P ท้ายโลโก้ Ray Ban ที่อยู่บนเลนส์แว่น เจ้าเลนส์โพลาไลซ์นี้จะมีคุณสมบัติพิเศษช่วยตัดแสงสะท้อนจากพื่นผิวต่างๆได้ดี

เลนส์ชนิดนี้ตัดแสงสะท้อนได้ดี เหมาะสำหรับใส่ขับรถเวลากลางวัน ใส่กลางแดดจ้า ใส่กลางแจ้ง แต่หลายๆคนอาจไม่ชอบเลนส์ชนิดนนี้ เนื่องจากผู้ใส่มีโอกาศเห็นสีรุ้งบนตัวเลนส์ขณะสวมใส่

5. เลนส์ Evolve หรือ Photochromic เป็นเลนส์ที่สามารถปรับความเข้มของเลนส์เองได้ เช่นเมื่อเราออกแดดเลนส์จะสีเข้มขึ้นหรือเมื่ออยู่ในร่มเลนส์จะเป็นสีอ่อนหรือสีใส นับว่าเป็นเลนส์ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้กลางแจ้งหรือในที่ร่มก็ย่อมได้ทำให้

กำเนิดตำนานแว่นตา Ray Ban

 เรย์แบน ( Ray Ban ) ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1936 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจุดเริ่มต้นมาจากร้อยตรี John A.Macready ซึ่งเป็นนักบินทดสอบชาวอเมริกัน กลับมาจากการทดสอบการบินบอลลูน ได้เสนอให้ทางบริษัท Bausch & Lomb สร้างแว่นตากันแดดเพื่อที่จะปกป้องดวงตาของเขาจากแสงแดด และรังสีต่างๆ จากนั้น บริษัท Bausch & Lomb ได้ผลิต ทำการจดสิทธิบัตรและปล่อยแว่นกันแดดรุ่น Aviator ออกสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก และถูกใช้งานในกองทัพสหรัฐ Ray Ban Aviator เริ่มแรกมีคุณสมบัติ Anti-Glare เลนส์สีเขียว สามารถกรองรังสีอินฟาเรต,อัลตร้าไวโอเลต จากนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักโด่งดังเมื่อนายพล

Douglas Mac Arthur สวมใส่ เมื่อนำกองทัพสหรัฐยกพลขึ้นบกที่ชายหาดในประเทศฟิลิปปินส์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นักข่าว ช่างภาพจากที่ต่างๆได้ถ่ายภาพของเขาและเผยแพร่สู่สื่อต่างๆจนเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

              ในปี ค.ศ.1952 เรย์แบนได้สร้างแว่นตาสไตล์อื่นๆเพิ่ม ซึ่งช่วงยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของแว่นเฟรมพลาสติก ซึ่งนั่นก็คือ แว่น Ray Ban Wayferer ซึ่งออกแบบโดย  Mr.Raymond Stegeman ที่เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมที่สุดตลอดกาลของ Ray Ban นั่นเอง ซึ่งในยุคนั้นดารา Hollywood หลายคนสวมใส่ เช่น Marilyn Monroe,Adrey Hepburn และ James Dean ทำให้รุ่น Wayfarer ดังเป็นพลุแตก และเป็นที่นิยมตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน

               ปัจจุบัน Ray Ban ยังคงผลิตนวัตกรรมแว่นกันแดด แบบสไตล์ใหม่ๆออกมาอยู่เรื่อยๆ จนเป็นแบรนด์แว่นกันแดดยอดนิยมของคนทุกรุ่นทุกสมัย ไม่ต่างจากกางเกงยีนส์ Levi’s เลยที่เดียว