วิธีดูแลและทำความสะอาดแว่นกันแดด

เพราะสายตาของเราเป็นสิ่งมีค่าและสำคัญ ดังนั้นแว่นคู่ใจก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ วันนี้แอดเลยอยากมาแนะนำวิธีการดูแลและทำความสะอาดแว่นกันแดด ตัวโปรดของทุกคนกัน เพราะแว่นแต่ละอันราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ หากอยากให้อยู่กันเรานานๆ ก็ต้องมีวิธีดูแลที่ถูกต้องหน่อยใช่ไหมค่ะ วิธีดูแลก็มีดังนี้ค่ะ

1. ควรดูแลทำความสะอาดแว่นกันแดดด้วยผ้าเช็ด แว่น หรือน้ำสะอาดทำความสะอาดแว่นกันแดด อย่างน้อยที่สุดควรทำความสะอาดแว่นกันแดดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะจากกรอบแว่นกันแดดและเลนส์ของแว่นกันแดดอาจมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกหรือครีมบำรุงผิวที่เราทาไว้หรือเส้นผมของผู้สวมใส่แว่นกันแดดนั้น
การนำผ้าที่มาใช้เช็ดเลนส์แว่นกันแดด แนะนำให้ใช้ผ้าที่อ่อนนุ่ม หรือ ผ้าสำหรับเช็ดแว่นโดยเฉพาะ ที่เมื่อเราซื้อแว่นจะมีการแถมมาให้ เช็ดเท่านั้น ไม่ควรใช้ผ้าที่มีความแข็ง หนาๆ ผ้าที่ผลิตจากขนสัตว์ เช็ดทำความสะอาดเลนส์แว่นกันแดด เพราะอาจทำให้เป็นลอย

2. ควรเก็บแว่นกันแดดในกล่องเก็บแว่นกันแดดที่ทางร้านจะแถมเมื่อเราซื้อแว่นกันแดดมาเพราะหากเก็บไว้ในกระเป๋าหรือที่อื่นจะทำให้แว่นกันแดด เป็นรอยและมีโอกาสเลนส์แตกได้ และอาจทำให้ตัวแว่นมีการเสียทรงรูปภาพ

3. การใส่หรือถอดแว่นกันแดดทุกครั้งแนะนำให้ใช้มือทั้งสองข้างของคุณจับที่ขาแว่นซ้ายและขวาในลักษณะพร้อมกันขณะที่สวมหรือถอดเราขอแนะนำให้ถอดออกแนวตรงเพื่อรักษาสมดุลของแว่นไม่ให้ตัวแว่นเสียรูปทรงหรือบิดงอ

4.ในกรณีที่แว่นกันแดดทำจากวัสดุพลาสติก ไม่ควรถอดวางบริเวณที่มีอากาศร้อนมากๆเพราะ อาจทำให้ตัวแว่นเสียรูปทรงได้นั่นเอง

หากท่านปฏิบัติตามขั้นตอนเช่นนี้แว่นกันแดดของท่านก็จะสามารถใช้งานได้ระยะเวลานานขึ้น และสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลานั้นเองจ้า

คุณสมบัตของเลนส์ชนิดต่างๆของแว่น RayBan

ชนิดเลนส์ของแว่น RayBan

1. CLASSIC LENSES 

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ G-15 , B-15

  • G-15 : ตัวเลนส์เป็นสีดำออกไปทางเขียวแก่ สามารถดูดซับแสงที่มองเห็นได้ถึง 85 % นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันแสงที่ฟ้าที่จะเข้ามากระทบดวงตาของเราได้เกือบจะ 100% อีกด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าแสงสีฟ้าคืออะไร แสงสีฟ้าก็คือแสงที่ออกมาจากหน้าจออิเล็กทรอนิคไม่ว่าจะเป็นทรศัพย์มือถือ แท๊บเล็ต หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ด้วยคุณลักษณะของเลนส์ G-15 ที่มีสีออกไปโทนเขียว ทำให้ผู้ใส่มีวิสัยทัศในการมองเห็นที่ดีขึ้น ให้สีที่มีความคมชัดเป็นธรรมชาติไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม เลนส์ G-15 เหมาะสำหรับใส่เวลากลางวัน ใส่ขับรถ ใส่กลางแจ้ง ใส่ในที่ที่แดดจัด 
  • B-15 : ตัวเลนส์เป็นสีน้ำตาลมีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับเลนส์ G-15 แต่จะไม่มืดเท่า การมองเห็นจะชัดเจนกว่าตัวเลนส์ G-15 ในที่แสงน้อย  เลนส์ B-15  เหมาะกับการสวมใส่ในที่ที่มีแสงไม่จ้ามาก ในร่ม หรือขับรถในเวลากลางวัน

2. GRADIENT LENSES หรือ เลนส์ใส่สี

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ CRYSTAL กับ PLASTIC 

  • CRYSTAL – การไล่สีของคริสตัลเลนส์ชนิดนี้ถูกทำขึ้นที่ด้านหลังของตัวเลนส์โดยกระบวนการสูญญากาศ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ Oxide บางๆสามารถเกาะตัวเลนส์ได้อย่างหนาแน่น ผลลัพธุ์ที่ได้จะทำให้เลนส์เกิดการไล่เฉดสีอย่างแม่นยำ นุ่มนวล และสวยงาม
  • PLASTIC –  การไล่สีของเลนส์พลาสติจะไล่จากส่วนที่ทืบด้านบนสุดไปส่วนสว่างล่างสุดโดยขั้นตอนการแช่สารเคมีที่แม่นยำ 

เลนส์ชนิด GRADIENT นี้ให้ความสวยงามและโดดเด่นแก่ผู้สวมใส่ แต่ความทืบของสีเลนส์จะสู้พวกเลนส์ classic ไม่ได้แต่สามารถกรองรังสี UV ได้ 100% เหมือนกัน

3. SPECIAL LENSES เลนส์ชนิดพิเศษต่างๆ

แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ MIRROR กับ LEGENDS 

MIRROR หรือ เลนส์ปรอท  เลนส์ชนิดนี้จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการ coating โดยวิธีการจะนำสารออกไซด์ชนิดปรอทที่ระดับความร้อนสูงมาหลอมรวมกับตัวเลนส์ในระดับโมเลกุล ทำให้สารประกอบดังกล่าวติดแน่นกับเนื้อเลนส์ไม่มีลอกหลุด

เลนส์ปรอทจะช่วยลดแสงจ้าได้อย่างดี เหมาะสำหรับใส่กลางแจ้ง ใส่แฟชั่น อีกทั้งยังทำให้คุณมีลูกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังปกปิดสายตาของคุณได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

LEGENDS – เลนส์ชนิดนี้เป็นเลนส์ limited edition รุ่นใหม่ของ RayBan ทำจากผลึกแก้วคุณภาพสูง ทำให้สามารถปกป้องผู้ใส่จากรังสี UV ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังทำเพิ่มให้วิสัยทัศในการมองให้กับผู้ใส่และได้รับสีที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีผิดเพี้ยน เลนส์ชนิดนี้ยังมีให้เลือกหลายสีหลายไสต์ โดยจะออกแนว vintage แต่ไม่ให้ความรู้สึกโบราณแต่อย่างใด

4. POLARIZED LENSES(โพราไรซ์เลนส์) คือเลนส์ชนิดต่างๆที่ได้กล่าวไปไม่ว่าจะเป็น G-15 Morror Gradient เป็นต้น โดยจะนำเลนส์พวกนี้มาเคลือบด้วยโพลาไลซ์ อีกชั้นนึง โดยจะสังเกตุได้จากตัวอักษร P ท้ายโลโก้ Ray Ban ที่อยู่บนเลนส์แว่น เจ้าเลนส์โพลาไลซ์นี้จะมีคุณสมบัติพิเศษช่วยตัดแสงสะท้อนจากพื่นผิวต่างๆได้ดี

เลนส์ชนิดนี้ตัดแสงสะท้อนได้ดี เหมาะสำหรับใส่ขับรถเวลากลางวัน ใส่กลางแดดจ้า ใส่กลางแจ้ง แต่หลายๆคนอาจไม่ชอบเลนส์ชนิดนนี้ เนื่องจากผู้ใส่มีโอกาศเห็นสีรุ้งบนตัวเลนส์ขณะสวมใส่

5. เลนส์ Evolve หรือ Photochromic เป็นเลนส์ที่สามารถปรับความเข้มของเลนส์เองได้ เช่นเมื่อเราออกแดดเลนส์จะสีเข้มขึ้นหรือเมื่ออยู่ในร่มเลนส์จะเป็นสีอ่อนหรือสีใส นับว่าเป็นเลนส์ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้กลางแจ้งหรือในที่ร่มก็ย่อมได้ทำให้

กำเนิดตำนานแว่นตา Ray Ban

 เรย์แบน ( Ray Ban ) ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1936 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจุดเริ่มต้นมาจากร้อยตรี John A.Macready ซึ่งเป็นนักบินทดสอบชาวอเมริกัน กลับมาจากการทดสอบการบินบอลลูน ได้เสนอให้ทางบริษัท Bausch & Lomb สร้างแว่นตากันแดดเพื่อที่จะปกป้องดวงตาของเขาจากแสงแดด และรังสีต่างๆ จากนั้น บริษัท Bausch & Lomb ได้ผลิต ทำการจดสิทธิบัตรและปล่อยแว่นกันแดดรุ่น Aviator ออกสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก และถูกใช้งานในกองทัพสหรัฐ Ray Ban Aviator เริ่มแรกมีคุณสมบัติ Anti-Glare เลนส์สีเขียว สามารถกรองรังสีอินฟาเรต,อัลตร้าไวโอเลต จากนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักโด่งดังเมื่อนายพล

Douglas Mac Arthur สวมใส่ เมื่อนำกองทัพสหรัฐยกพลขึ้นบกที่ชายหาดในประเทศฟิลิปปินส์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นักข่าว ช่างภาพจากที่ต่างๆได้ถ่ายภาพของเขาและเผยแพร่สู่สื่อต่างๆจนเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

              ในปี ค.ศ.1952 เรย์แบนได้สร้างแว่นตาสไตล์อื่นๆเพิ่ม ซึ่งช่วงยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของแว่นเฟรมพลาสติก ซึ่งนั่นก็คือ แว่น Ray Ban Wayferer ซึ่งออกแบบโดย  Mr.Raymond Stegeman ที่เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมที่สุดตลอดกาลของ Ray Ban นั่นเอง ซึ่งในยุคนั้นดารา Hollywood หลายคนสวมใส่ เช่น Marilyn Monroe,Adrey Hepburn และ James Dean ทำให้รุ่น Wayfarer ดังเป็นพลุแตก และเป็นที่นิยมตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน

               ปัจจุบัน Ray Ban ยังคงผลิตนวัตกรรมแว่นกันแดด แบบสไตล์ใหม่ๆออกมาอยู่เรื่อยๆ จนเป็นแบรนด์แว่นกันแดดยอดนิยมของคนทุกรุ่นทุกสมัย ไม่ต่างจากกางเกงยีนส์ Levi’s เลยที่เดียว